
วันที่ 27 เมษายน 2569 เวลา 09.00-12.00 น. คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับสำนักปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมโดย กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 (Science Park)
จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ “การใช้ประโยชน์จากถ่านไบโอชาร์ร่วมกับจุลินทรีย์เพื่อการเกษตรยั่งยืน” มีเกษตรกรจาก 5 กลุ่มเครือข่ายได้แก่
- ชุมชนบ้านโสกขาแก้ว หมู่ 3
- กลุ่มปลูกผักปลอดสารซำสูง
- ชุมชนแปลงใหญ่พืชผัก หมู่ 1 ตำบลคูคำ
- ชุมชนแปลงใหญ่พืชผัก ตำบลห้วยเตย
- สมาชิกวิสาหกิจชุมชนเกษตรยั่งยืนซำสูง รวม 38 คน เข้าร่วมรับการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่นอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน ณ วิสาหกิจชุมชนเกษตรยั่งยืนซำสูง ตำบลห้วยเตย อ.ซำสูง จ.ขอนแก่น

โอกาสนี้ได้รับเกียรติจากย นายจงรัก ฮาดภักดี เกษตรอำเภอซำสูง กล่าวต้อนรับ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมและทีมวิทยากรจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของนวัตกรรมให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมว่า
“ในนามของอำเภอซำสูง ผมขอต้อนรับทีมงานอาจารย์ทุกท่านด้วยความยินดียิ่ง การเรียนรู้ในวันนี้คือการเปลี่ยนจากวิธีเดิม ๆ มาสู่เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น ทั้งเรื่องถ่านไบโอชาร์และจุลินทรีย์ไตรโคเดอร์ม่า ความรู้ที่นักศึกษาต้องเรียนถึง 4 ปี ท่านจะได้สรุปเอาสาระสำคัญภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง เพื่อช่วยลดขยะในชุมชนและเพิ่มอินทรียวัตถุในดินอย่างยั่งยืน”

รศ. ดร.นันทวัน ฤทธิ์เดช อาจารย์ประจำสาขาวิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมทีมงานนักวิจัย ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้โดยเริ่มจากการชี้ให้เห็นปัญหาดินแข็งและดินเค็มที่เกิดจากการใช้สารเคมีสะสม พร้อมแนะนำการใช้ปุ๋ยจุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายซากพืชให้เป็นธาตุอาหารตามธรรมชาติ จากนั้นได้ต่อยอดจากศักยภาพที่กลุ่มวิสาหกิจฯ มีอยู่แล้ว คือการเผาถ่านไม้ไผ่ โดยการเติมจุลินทรีย์สูตรเฉพาะจากห้องปฏิบัติการเพื่อเปลี่ยนถ่านธรรมดาให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์พรีเมียมที่ช่วยยับยั้งโรคพืชได้ พร้อมอธิบายถึงคุณสมบัติเด่นของ “ไบโอชาร์” (Biochar) ที่มีโครงสร้างรูพรุนขนาดเล็กเปรียบเสมือน “บ้านของจุลินทรีย์” ช่วยกักเก็บน้ำ ปรับสภาพดิน และยังมีส่วนสำคัญในการกักเก็บคาร์บอนเพื่อลดภาวะโลกร้อน ควบคู่ไปกับการนำเสนอบทบาทของ “ไตรโคเดอร์ม่า” จุลินทรีย์พระเอกของงานที่ไม่เพียงควบคุมโรครากเน่า แต่ยังสร้างฮอร์โมนเร่งราก (Auxin) และช่วยให้พืชดึงไนโตรเจนและฟอสเฟตมาใช้ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี นอกจากนี้ยังสาธิตเทคนิคการขยายเชื้อแบบน้ำด้วยกากน้ำตาลความเข้มข้น 5% ต้นทุนต่ำที่สุด บ่มในภาชนะปากกว้าง 4–7 วันจนเกิดเส้นใยสีเขียวที่พร้อมใช้งาน
ปิดท้ายกิจกรรมด้วยการลงพื้นที่ชมการสาธิตการใช้งาน “เตาเผาถ่านชีวภาพ (Biochar)” ของกลุ่มวิสาหกิจฯ นำโดย คุณสุชาติ มานะศรี ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรยั่งยืนซำสูง ที่พาคณะวิทยากรและเกษตรกรได้สัมผัสกระบวนการผลิตด้วยความร้อนสูงแบบ Pyrolysis ทำให้เกษตรกรเข้าใจห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงการนำไบโอชาร์คุณภาพสูงไปใช้ปรับปรุงดินได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิผล
กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเผยแพร่งานวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีสีเขียวจากรั้วมหาวิทยาลัยสู่ผืนดิน แต่ยังเป็นการสนองพระราชดำริในโครงการ อพ.สธ. เพื่อให้ชุมชนตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรท้องถิ่น และสามารถนำนวัตกรรมมาสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนสืบไป
ENGLISH