“ยางนา” สุดยอดของไม้ใหญ่ มีประโยชน์ในทุกส่วน มากกว่าที่เคยรู้

เผยแพร่เมื่อ: 30 มี.ค. 2559 ข่าววิจัย



“ยางนา”  พืชอนุรักษ์ลำดับเก้า  ของ อพ.สธ. ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ทั้งน้ำมัน เวชสำอาง และอื่นๆ

 

            ผลการศึกษาวิจัยบูรณาการพืชยางนาของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในมิติต่างๆ ทั้งด้านการกระจายพันธุ์ของยางนา องค์ประกอบทางเคมี สารสำคัญที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพ ยา เวชสำอาง เภสัชภัณฑ์ พลังงาน การพัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์บูรณาการของพืชยางนา ในหลายๆ ด้าน   ต่อยอดจนเป็นนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ต่างๆ สู่ตลาดในปัจจุบัน  อีกทั้งยังได้รับพระราชทานพระราชานุญาตประกาศเป็นพืชอนุรักษ์ลำดับที่เก้าของ อพ.สธ.

            อ.ดร.สมพร เกษแก้ว  อาจารย์ประจำภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มข.   เผยว่า “ปีนี้ยางนาได้ถูกบรรจุเป็นไม้ลำดับที่เก้า  ในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)  ดังนั้น ในนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ที่จัดแสดงในงานประชุมวิชาการและนิทรรศการ “ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ระหว่างวันที่ ๒๓ – ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๙    ได้จัดแสดงองค์ความรู้ การบูรณาการในทุกสาขาวิชาที่ช่วยกันพัฒนาศึกษาวิจัยให้ได้องค์ความรู้จากยางนาให้มากที่สุดและพยายามพัฒนาเป็นนวัตกรรมและถ่ายทอดสู่ชุมชนให้ได้เพื่อเขาจะได้ใช้ประโยชน์จากไม้ยางนาได้อย่างสมบูรณ์ และถูกต้องที่สุด   ถึงตอนนี้ งานวิจัยยางนามีองค์ความรู้หลายอย่าง  ที่จะดึงศักยภาพของยางนาออกมาในเชิงธุรกิจและมูลค่าแต่ละอย่าง เช่น การเพิ่มมูลค่าของน้ำมันจากต้นยางนา  ประโยชน์ของใบยางนาที่ตอนนี้สามารถขายได้ถึง กก.ละ ๕๐ บาท  ยิ่งยางนามีสรรพคุณทางยาด้วย ผมว่ามูลค่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล   เพราะว่าตอนนี้เราบูรณาการทั้งทางเภสัชและเคมี มาร่วมกันศึกษาวิจัยและมีแนวโน้มว่าจะมีสารที่มีประโยชน์ที่จะใช้สำหรับต้านมะเร็งต่างๆ ได้     ทางเคมี  ศ.ดร.สมเดช กนกเมธากุล ได้มีการค้นพบว่ามีสารหลายตัวที่สามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เชิงเวชสำอางได้ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาวิจัย   พืชยางนามีส่วนที่สามารถสกัดได้จาก ทั้ง ราก ลำต้น กิ่ง ใบ  ทางเคมี ได้มีการหาโครงสร้างสารที่อยู่ในส่วนสกัดต่างๆ ดังกล่าวของยางนาเพื่อจะนำไปทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพว่ามีฤทธิ์ด้านไหนบ้างที่น่าสนใจแล้วค่อยต่อยอดเป็นเชิงพาณิชย์ต่อไป  นอกจากนี้ยังมีคณะนักวิจัยทางด้านจุลชีววิทยา รศ.ดร.โสภณ บุญลือ มาช่วยดูเรื่องของเชื้อต่างๆ  ที่จะช่วยกระตุ้นให้ต้นยางนาเจริญเติบโต แข็งแรง สูงใหญ่ได้เร็วขึ้นด้วย”  

 

            อ.ดร.สมพร เกษแก้ว  กล่าวอีกว่า  “ต้นยางนาที่สามารถจะนำมาใช้ประโยชน์ได้จะเริ่มต้นประมาณอายุ ๓ ปี สามารถเก็บใบมาใช้ศึกษาวิจัยหรือขายได้  ในส่วนของน้ำมัน แม้ว่าต้นยางนาจะมีน้ำมันตั้งแต่แรกเกิด แต่เราไม่สามารถเจาะมาใช้งานได้ต้องรอให้เจริญเติบโตจนสมบูรณ์เต็มที่ก่อน ต้องมีช่วงเวลาอายุที่เหมาะสม  ผมคิดว่าอายุน่าจะประมาณ  ๒๕ ปี  ถึงจะควรนำเอาน้ำมันออกมาใช้ได้ นอกจากนี้ประโยชน์จากใบยางนาที่หล่นจากต้นเมื่อมีการทับถม มีสภาพอากาศ มีความชื้นและแสงที่เหมาะก็จะมีเห็ดต่างๆ เกิดขึ้นเป็นแหล่งอาหารอีกทางหนึ่งของช้าวบ้านที่อยู่ใกล้ ซึ่งชาวบ้านจะได้ประโยชน์จากยางนาตรงนี้  ป่ายางนาจึงเป็นที่หวงแหนของชาวบ้าน”

 

            ในส่วนของงานสกัดน้ำมันจากยางนา  อ.ดร.สมพร เกษแก้ว  ได้สร้างเครื่องกลั่นน้ำมันยางนา ซึ่งเป็นอนุสิทธิบัตรของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้น้ำมันคุณภาพสูง เมื่อผสมไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชจะทำให้น้ำมันจากยางนาเผาไหม้ได้อย่างสมบูรณ์ในเครื่องยนต์ดีเซล   นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นที่เข้าสู่เชิงพาณิชย์แล้ว เช่นสบู่จากยางนา ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เซรั่มต่างๆ  เป็นต้น เหล่านี้ออกสู่ตลาดทั่วไปแล้ว ขายมาสองปี ผลตอบรับดี ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีวางจำหน่ายที่ AGRO OUTLET อุทยานเทคโนโลยีการเกษตร และตามตัวแทนจำหน่ายทั่วไป

 

 

ขอขอบคุณ  อ.ดร.สมพร เกษแก้ว  อาจารย์ประจำภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มข.
ข้อมูลประกอบบางส่วนจากหนังสือ “ยางนาพืชอนุรักษ์ อพ.สธ.”  
โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ปีที่พิมพ์  พ.ศ.๒๕๕๙