
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย รศ. ดร.รจนา บุระคำ รองคณบดีฝ่ายวิจัย พร้อมด้วยบุคลากรและนักวิชาการวิทยาศาสตร์ ได้รับเกียรติเป็นวิทยากรในกิจกรรมจัดการความรู้ (Knowledge Management: KM) หัวข้อ “การจัดการสารเคมีใช้แล้วอย่างเป็นระบบและปลอดภัย” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวปฏิบัติให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัดศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 4 และพิสูจน์หลักฐานจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

โดยมี พลตำรวจตรีหญิง นวลละออง จรูญชาติ ผู้บังคับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 4 และ พันตำรวจเอก สมเกียรติ เกียรติวิชัยงาม นักวิทยาศาสตร์ (สบ 5) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ ชั้น 4 ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 4 จังหวัดขอนแก่น

เนื่องจากภารกิจหลักของศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 4 ครอบคลุมการตรวจสถานที่เกิดเหตุและการพิสูจน์หลักฐานในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 12 จังหวัด ซึ่งจำเป็นต้องมีการใช้สารเคมีในห้องปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมในครั้งนี้จึงจัดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาของเสียอันตรายที่เกิดจากการปฏิบัติงาน โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตามมาตรฐานความปลอดภัย

พลตำรวจตรีหญิง นวลละออง จรูญชาติ ผู้บังคับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 4 กล่าวถึงความสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ว่า เป็นก้าวสำคัญในการจัดการภารกิจเร่งด่วนด้านความปลอดภัย โดยคณะวิทยาศาสตร์ มข. ได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าถ่ายทอดองค์ความรู้และสาธิตการใช้งานระบบสารสนเทศที่พัฒนาขึ้นเองเพื่อใช้บริหารจัดการสารเคมีที่ใช้แล้วจากห้องปฏิบัติการ

รศ. ดร.รจนา บุระคำ รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะวิทยาศาสตร์ มข. กล่าวว่า คณะฯ ให้ความสำคัญกับการจัดการสารเคมีที่เกิดจากภารกิจวิจัยและการเรียนการสอนที่มีปริมาณมากในแต่ละปี โดยปัจจุบันได้นำระบบ Waste Management System (WMS) เข้ามาช่วยในการบันทึกข้อมูลและจัดพิมพ์ฉลากสารเคมีโดยอัตโนมัติ ช่วยลดความผิดพลาดและเพิ่มความรวดเร็วในการตรวจสอบข้อมูล และช่วยให้การบริหารจัดการข้อมูลสารเคมีใช้แล้วอย่างเป็นระบบ และมีมาตรฐานด้านความปลอดภัย

คุณวัฒนา สวดประโคน นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ พร้อมทีมงาน ได้บรรยายในหัวข้อ “การแยกสารเคมีใช้แล้วอย่างมีระบบและปลอดภัย” และ “แนะนำระบบจัดการข้อมูลและของเสียอันตราย คณะวิทยาศาสตร์” พร้อมการฝึกปฏิบัติการใช้ระบบและตอบข้อซักถาม โดยให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า คณะวิทยาศาสตร์ดำเนินโครงการกำจัดสารเคมีมานานกว่า 20 ปี และในปัจจุบันได้ยึดตามเกณฑ์มาตรฐาน ESPReL (โครงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการวิจัยในประเทศไทย) โดยมีการคัดแยกของเสียตามสมบัติของสารเคมีแต่ละกลุ่ม เช่น ของแข็ง ของเหลว และสารที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ซึ่งในแต่ละปี คณะฯ สามารถรวบรวมและส่งกำจัดขยะเคมีได้อย่างปลอดภัย ระบบดังกล่าวช่วยให้บุคลากรสามารถคัดแยกของเสียได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่ทำให้การกำจัดเป็นไปตามหลักความปลอดภัย และช่วยประหยัดงบประมาณของหน่วยงาน
ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการขยายผลองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการจากสถาบันการศึกษาสู่หน่วยงานราชการ เพื่อสร้างมาตรฐานการทำงานที่ปลอดภัยและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่ยั่งยืนในการพัฒนาระบบการจัดการสารเคมีใช้แล้วอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ENGLISH