คณะวิทยาศาสตร์ มข. จัดอบรม LAB โรงเรียน เสริมทักษะวิทยาศาสตร์ให้นักเรียน 512 คน จาก 6 โรงเรียน

วันที่ 8–9 สิงหาคม 2569 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ (Laboratory Training) เสริมความรู้และทักษะทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ “LAB โรงเรียน” ให้แก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาจาก 6 โรงเรียน รวม 512 คน ได้แก่ โรงเรียนพรรณาวุฒาจารย์ จ.สกลนคร โรงเรียนเมืองสรวงวิทยา จ.ร้อยเอ็ด โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม จ.ศรีสะเกษ โรงเรียนมัธยมวานรนิวาส จ.สกลนคร โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร จ.หนองบัวลำภู และโรงเรียนเขวาไร่ศึกษา จ.มหาสารคาม เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงในห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัย ฝึกใช้เครื่องมือ ทดลอง สังเกต วิเคราะห์ และเชื่อมโยงความรู้จากห้องเรียนสู่การปฏิบัติจริง ภายใต้การดูแลของคณาจารย์ นักวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาผู้ช่วยสอนในแต่ละสาขาวิชา

วันที่ 8 สิงหาคม 2569 มีนักเรียนจาก 4 โรงเรียนเข้ารับการอบรมในสาขาวิชาฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา จุลชีววิทยา และวิทยาศาสตร์บูรณาการ ผ่านกิจกรรมที่ออกแบบให้เหมาะสมกับระดับชั้นและส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในหลากหลายมิติ

นักเรียนชั้น ม.4 จาก โรงเรียนพรรณาวุฒาจารย์ จ.สกลนคร จำนวน 35 คน ช่วงเช้าเข้ารับการอบรมในสาขาวิชาฟิสิกส์ หัวข้อ “การสั่นพ้องของคลื่นเสียงในท่ออากาศ” ณ ห้อง SC.8204 โดยนักเรียนได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความถี่ ความยาวคลื่น และการเกิดการสั่นพ้องของเสียง ฝึกการวัด การบันทึกข้อมูล และการวิเคราะห์ผลจากปรากฏการณ์จริง ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาเรื่องคลื่นและเสียงได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ช่วงบ่าย เข้ารับการอบรมในสาขาวิชาเคมี หัวข้อ “การตกตะกอนของสารประกอบไอออนิก” ณ ห้อง SC.8608 ช่วยให้นักเรียนเข้าใจการเกิดปฏิกิริยาระหว่างไอออน การละลายของสาร และการเกิดตะกอน ฝึกสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาเคมี รวมทั้งเรียนรู้พื้นฐานการวิเคราะห์และจำแนกสารในห้องปฏิบัติการ

นักเรียนจาก โรงเรียนเมืองสรวงวิทยา จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งเอกสารระบุผู้เข้าร่วมรวม 189 คน ครอบคลุมทั้งระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย โดยนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นแบ่งกลุ่มสลับกันเข้ารับการอบรมในสาขาวิชาจุลชีววิทยา หัวข้อ “จุลชีววิทยาของโยเกิร์ตและการผลิต” ณ ห้อง SC.7116 และ SC.7109 และสาขาวิชาวิทยาศาสตร์บูรณาการ หัวข้อ “ปฏิบัติการทางนิติวิทยาศาสตร์เบื้องต้นสำหรับมัธยมศึกษาตอนต้น” ณ ห้อง SC.8601

การเรียนรู้เรื่องจุลชีววิทยาของโยเกิร์ตช่วยให้นักเรียนเข้าใจบทบาทของจุลินทรีย์ในกระบวนการหมักและการผลิตอาหาร เห็นการนำจุลชีววิทยาไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันและอุตสาหกรรมอาหาร ขณะที่ปฏิบัติการทางนิติวิทยาศาสตร์ช่วยฝึกการสังเกต การตรวจสอบหลักฐาน การเปรียบเทียบข้อมูล และการใช้เหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์ในการสรุปผล

สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย แบ่งกลุ่มสลับกันเข้ารับการอบรมในสาขาวิชาเคมี หัวข้อ “การไทเทรตกรด–เบส และการเตรียมสารละลายเบสมาตรฐาน” ณ ห้อง SC.8522 และ SC.8606 และสาขาวิชาชีววิทยา หัวข้อ “ไขรหัสพันธุกรรม ตอนที่ 1: สกัดดีเอ็นเอจากกระพุ้งแก้ม เส้นผม และเล็บของตนเอง” ณ ห้อง SC.3329 อาคาร SC.03

ปฏิบัติการไทเทรตกรด–เบสช่วยให้นักเรียนฝึกการเตรียมสารละลาย การใช้เครื่องแก้วอย่างถูกต้อง การอ่านค่าปริมาตร และการคำนวณความเข้มข้นของสาร ส่วนกิจกรรมสกัดดีเอ็นเอเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เห็นสารพันธุกรรมจากตัวอย่างใกล้ตัว เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเซลล์ ดีเอ็นเอ และลักษณะทางพันธุกรรม พร้อมเรียนรู้พื้นฐานของเทคนิคทางชีววิทยาระดับโมเลกุล

นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจาก โรงเรียนไพรบึงวิทยาคม จ.ศรีสะเกษ จำนวน 88 คน เข้ารับการอบรมในหลากหลายสาขาวิชา โดยช่วงเช้ามีกิจกรรมสาขาวิชาชีววิทยา หัวข้อ “การสกัดดีเอ็นเอจากเซลล์พืชหรือเซลล์สัตว์ และการตรวจสอบดีเอ็นเอที่สกัดได้ด้วยเทคนิคอะกาโรสเจลอิเล็กโตรโฟเรซีส” ณ ห้อง SC.8321 และสาขาวิชาจุลชีววิทยา หัวข้อ “เทคนิคตรวจนับจุลินทรีย์ที่มีชีวิต” ณ ห้อง SC.7109

การสกัดและตรวจสอบดีเอ็นเอช่วยให้นักเรียนเข้าใจกระบวนการแยกสารพันธุกรรมและการใช้เทคนิคอะกาโรสเจลอิเล็กโตรโฟเรซีสในการศึกษาดีเอ็นเอ ซึ่งเป็นพื้นฐานของงานด้านพันธุศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพ ส่วนการตรวจนับจุลินทรีย์ที่มีชีวิตช่วยให้นักเรียนฝึกการเตรียมตัวอย่าง การเพาะเลี้ยง การสังเกตโคโลนี และการประเมินจำนวนจุลินทรีย์อย่างเป็นระบบ

ช่วงบ่าย นักเรียนเข้ารับการอบรมในสาขาวิชาฟิสิกส์ หัวข้อ “การวัดความหนืดของของเหลว” ณ ห้อง SC.8204 และสาขาวิชาเคมี หัวข้อ “การไทเทรตกรด–เบส และการเตรียมสารละลายเบสมาตรฐาน” ณ ห้อง SC.8522 โดยหัวข้อการวัดความหนืดช่วยให้นักเรียนเข้าใจสมบัติการไหลของของเหลว ฝึกการจับเวลา การวัด และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ส่วนการไทเทรตช่วยเสริมความแม่นยำในการใช้เครื่องมือและการคำนวณทางเคมี ทั้งนี้ เอกสารระบุจำนวนนักเรียนรวม 88 คน แม้จำนวนที่แยกตามกลุ่มในตารางจะไม่สอดคล้องกับยอดรวม จึงยึดจำนวนรวมตามที่เอกสารระบุ

นักเรียนจาก โรงเรียนมัธยมวานรนิวาส จ.สกลนคร จำนวน 90 คน แบ่งเป็นนักเรียนชั้น ม.4 ม.5 และ ม.6 ระดับชั้นละ 30 คน เข้ารับการอบรมในช่วงเช้า โดยนักเรียนชั้น ม.4 เข้ารับการอบรมในสาขาวิชาจุลชีววิทยา หัวข้อ “การย้อมสีแบคทีเรียและศึกษาด้วยกล้องจุลทรรศน์” ณ ห้อง SC.7228 ช่วยให้นักเรียนฝึกการเตรียมตัวอย่าง การย้อมสี และการใช้กล้องจุลทรรศน์เพื่อศึกษารูปร่างและลักษณะของแบคทีเรีย เพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า

นักเรียนชั้น ม.5 เข้ารับการอบรมในสาขาวิชาเคมี หัวข้อ “การไทเทรตกรด–เบส และการเตรียมสารละลายเบสมาตรฐาน” ณ ห้อง SC.8712 ช่วยพัฒนาทักษะการใช้เครื่องแก้ว การเตรียมสาร การอ่านค่าปริมาตรอย่างแม่นยำ และการนำข้อมูลจากการทดลองมาคำนวณหาความเข้มข้นของสาร

ส่วนนักเรียนชั้น ม.6 เข้ารับการอบรมในสาขาวิชาชีววิทยา หัวข้อ “กายวิภาคศาสตร์ของสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง (หนูแรท)” ณ ห้อง SC.8419 ช่วยให้นักเรียนได้ศึกษาตำแหน่ง โครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะภายในจากตัวอย่างจริง มองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างระบบต่าง ๆ ของร่างกาย และเชื่อมโยงความรู้ด้านกายวิภาคศาสตร์กับเนื้อหาชีววิทยาที่เรียนในห้องเรียน

วันที่ 9 สิงหาคม 2569 มีนักเรียนจาก 3 โรงเรียนเข้ารับการอบรม ได้แก่ โรงเรียนพรรณาวุฒาจารย์ จ.สกลนคร โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร จ.หนองบัวลำภู และโรงเรียนเขวาไร่ศึกษา จ.มหาสารคาม ในสาขาวิชาชีววิทยา จุลชีววิทยา เคมี และวิทยาศาสตร์บูรณาการ

นักเรียนชั้น ม.4 จาก โรงเรียนพรรณาวุฒาจารย์ จ.สกลนคร จำนวน 35 คน เข้ารับการอบรมต่อเนื่องจากวันที่ 8 สิงหาคม โดยช่วงเช้าเข้ารับการอบรมในสาขาวิชาชีววิทยา หัวข้อ “การสกัดดีเอ็นเอจากเซลล์พืชหรือเซลล์สัตว์ และการตรวจสอบดีเอ็นเอที่สกัดได้ด้วยเทคนิคอะกาโรสเจลอิเล็กโตรโฟเรซีส” ณ ห้อง SC.3327 อาคาร SC.03 ช่วยให้นักเรียนเข้าใจขั้นตอนการแยกสารพันธุกรรมจากเซลล์ การใช้เครื่องมือและสารเคมีอย่างถูกต้อง ตลอดจนหลักการแยกและตรวจสอบดีเอ็นเอ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของงานด้านพันธุศาสตร์ ชีววิทยาระดับโมเลกุล และเทคโนโลยีชีวภาพ

ช่วงบ่าย เข้ารับการอบรมในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์บูรณาการ หัวข้อ “ปฏิบัติการทางนิติวิทยาศาสตร์เบื้องต้นสำหรับมัธยมศึกษาตอนปลาย” ณ ห้อง SC.8601 เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เห็นการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการตรวจสอบหลักฐาน ฝึกการสังเกตอย่างละเอียด การคิดเชื่อมโยง การวิเคราะห์ข้อมูล และการสรุปข้อค้นพบจากหลักฐานเชิงประจักษ์

นักเรียนชั้น ม.5 จาก โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร จ.หนองบัวลำภู จำนวน 40 คน ช่วงเช้าเข้ารับการอบรมในสาขาวิชาจุลชีววิทยา หัวข้อ “เกษตรอินทรีย์ยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีจากจุลินทรีย์” ณ ห้อง SC.7109 ช่วยให้นักเรียนเข้าใจบทบาทของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อภาคการเกษตร และมองเห็นแนวทางการนำเทคโนโลยีจุลินทรีย์มาประยุกต์ใช้ในการผลิตทางการเกษตร ซึ่งช่วยเปิดมุมมองต่อวิทยาศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน

ช่วงบ่าย เข้ารับการอบรมในสาขาวิชาเคมี หัวข้อ “ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา” ณ ห้อง SC.8520 ช่วยให้นักเรียนเข้าใจว่าปัจจัยต่าง ๆ สามารถส่งผลต่อความเร็วของปฏิกิริยาเคมีได้อย่างไร ผ่านการทดลองและเปรียบเทียบผลจริง พร้อมฝึกการตั้งสมมติฐาน การควบคุมตัวแปร การสังเกต และการอธิบายผลตามหลักเหตุผลทางวิทยาศาสตร์

นักเรียนจาก โรงเรียนเขวาไร่ศึกษา จ.มหาสารคาม จำนวน 70 คน แบ่งเป็นนักเรียนชั้น ม.1 จำนวน 35 คน และชั้น ม.2 จำนวน 35 คน เข้ารับการอบรมในช่วงเช้า โดยนักเรียนชั้น ม.1 เข้ารับการอบรมในสาขาวิชาชีววิทยา หัวข้อ “การใช้กล้องจุลทรรศน์เบื้องต้น” ณ ห้อง SC.8419 ช่วยให้นักเรียนรู้จักส่วนประกอบและวิธีใช้งานกล้องจุลทรรศน์อย่างถูกต้อง ฝึกการปรับกำลังขยาย การโฟกัส และการสังเกตตัวอย่างขนาดเล็ก เป็นการวางพื้นฐานทักษะการใช้เครื่องมือและการสังเกตทางชีววิทยาสำหรับการเรียนในระดับที่สูงขึ้น

ขณะที่นักเรียนชั้น ม.2 เข้ารับการอบรมในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์บูรณาการ หัวข้อ “ปฏิบัติการทางนิติวิทยาศาสตร์เบื้องต้นสำหรับมัธยมศึกษาตอนต้น” ณ ห้อง SC.8601 ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้ว่าความรู้ทางวิทยาศาสตร์สามารถนำมาใช้ในการตรวจสอบและวิเคราะห์หลักฐานได้อย่างไร พร้อมฝึกทักษะการสังเกต การเปรียบเทียบ การตั้งข้อสันนิษฐาน และการสรุปผลอย่างมีเหตุผล เสริมทั้งความสนุกในการเรียนรู้และกระบวนการคิดแบบนักวิทยาศาสตร์

กิจกรรม “LAB โรงเรียน” เป็นหนึ่งในรูปแบบการบริการวิชาการของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้ในห้องเรียนกับการลงมือปฏิบัติจริงในสภาพแวดล้อมของมหาวิทยาลัย นักเรียนจึงไม่ได้เพียงเรียนรู้เนื้อหาทางวิทยาศาสตร์ แต่ยังได้ฝึกใช้เครื่องมือ ทดลอง เก็บข้อมูล วิเคราะห์ผล และแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ พร้อมเห็นการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ในหลากหลายด้าน ทั้งอาหาร สุขภาพ พันธุศาสตร์ นิติวิทยาศาสตร์ การเกษตร และเทคโนโลยี ซึ่งช่วยเสริมประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจ และต่อยอดความสนใจในการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมในอนาคต สอดคล้องกับบทบาทของคณะวิทยาศาสตร์ มข. ด้านบริการวิชาการเพื่อสังคม