คณะวิทยาศาสตร์ มข. จัดอบรม LAB เสริมทักษะวิทยาศาสตร์ให้นักเรียนกว่า 334 คน จาก 5 โรงเรียนภาคอีสาน

วันที่ 4-5 กรกฎาคม 2569 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ (Laboratory Training) เสริมความรู้และทักษะทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (LAB โรงเรียน)  ให้แก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาจาก 5 โรงเรียน รวมทั้งสิ้น 334 คน ได้แก่ โรงเรียนชุมแพศึกษา จ.ขอนแก่น จำนวน 30 คน โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย จำนวน 74 คน โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน จำนวน 70 คน โรงเรียนประโคนชัยพิทยาคม จ.บุรีรัมย์ จำนวน 90 คน และโรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร จ.หนองบัวลำภู จำนวน 70 คน เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงในห้องปฏิบัติการมาตรฐานของมหาวิทยาลัย ภายใต้การดูแลของคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ นักวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาผู้ช่วยสอนในแต่ละสาขาวิชา

วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 นักเรียนจากโรงเรียนชุมแพศึกษา จังหวัดขอนแก่น ระดับชั้น ม.1 จำนวน 30 คน เข้ารับการอบรมในสาขาวิชาจุลชีววิทยา หัวข้อ “จุลชีววิทยาของโยเกิร์ตและการผลิต” ณ ห้อง SC.7109 เพื่อเรียนรู้บทบาทของจุลินทรีย์ในกระบวนการผลิตอาหาร และสาขาวิชาวิทยาศาสตร์บูรณาการ หัวข้อ “ปฏิบัติการทางนิติวิทยาศาสตร์เบื้องต้นสำหรับมัธยมศึกษาตอนต้น” ณ ห้อง SC.8601 เพื่อเสริมทักษะการสังเกต วิเคราะห์ และประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในสถานการณ์จำลอง

ในวันเดียวกัน นักเรียนจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย จำนวน 74 คน เข้ารับการอบรมในสาขาวิชาชีววิทยา หัวข้อ “ไขรหัสพันธุกรรม ตอนที่ 1 สกัดดีเอ็นเอจากกระพุ้งแก้ม เส้นผม และเล็บของตนเอง” ณ ห้อง SC.3329 เพื่อฝึกเทคนิคพื้นฐานด้านชีววิทยาระดับโมเลกุล และสาขาวิชาเคมี หัวข้อ “ปริมาณสัมพันธ์” ณ ห้อง SC.8606 เพื่อเสริมความเข้าใจด้านการคำนวณและความสัมพันธ์เชิงปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมี

วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 นักเรียนจากโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ระดับชั้น ม.4 จำนวน 70 คน เข้ารับการอบรมในสาขาวิชาฟิสิกส์ หัวข้อ “การตกอิสระ (Free fall)” ณ ห้อง SC.8407 เพื่อเรียนรู้หลักการเคลื่อนที่ของวัตถุผ่านการทดลองจริง และสาขาวิชาเคมี หัวข้อ “เทคนิคพื้นฐานสำหรับปฏิบัติการเคมี” ณ ห้อง SC.8608 เพื่อฝึกทักษะพื้นฐานและความปลอดภัยในการปฏิบัติงานทางเคมี

วันที่ 4-5 กรกฎาคม 2569 นักเรียนจากโรงเรียนประโคนชัยพิทยาคม จังหวัดบุรีรัมย์ ระดับชั้น ม.4-6 จำนวน 90 คน เข้ารับการอบรมในหัวข้อหลากหลาย ได้แก่ สาขาวิชาฟิสิกส์ หัวข้อ “แรงและการรวมแรง”  “ลูกตุ้มอย่างง่าย” และ “การวัดความหนืดของของเหลว” ณ ห้อง SC.8204 และ 8205  สาขาวิชาเคมี หัวข้อ “การไทเทรตกรด-เบส และการเตรียมสารละลายเบสมาตรฐาน” ณ ห้อง SC.8710 “การสกัดเพื่อแยกสารอินทรีย์โดยใช้สมบัติกรดเบส” ณ ห้อง SC.8808 และ “เทคนิคพื้นฐานสำหรับปฏิบัติการเคมี” ณ ห้อง SC.8606 สาขาวิชาสถิติ หัวข้อ “การเรียน AI ง่าย ๆ ด้วย Teachable Machine” และ “สร้างแดชบอร์ดง่าย ๆ ด้วย Looker Studio” ณ ห้อง SC.7310 สาขาวิชาชีวเคมี หัวข้อ “ไดอะไลซิส (Dialysis)” ณ ห้อง SC.7326 สาขาวิชาจุลชีววิทยา หัวข้อ “การตรวจการปนเปื้อนจุลินทรีย์ในนมด้วยวิธี Dye reduction test และย้อมสีแบคทีเรียในผลิตภัณฑ์นม” ณ ห้อง SC.7109 และสาขาวิชาชีววิทยา หัวข้อ “กายวิภาคศาสตร์ของสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง (หนูแรท)” ณ ห้อง SC.3110 เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติในหลายแขนงวิทยาศาสตร์ รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการวิเคราะห์ข้อมูล

เช่นกันในวันที่ 4-5 กรกฎาคม 2569 นักเรียนจากโรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร จังหวัดหนองบัวลำภู ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 70 คน เข้ารับการอบรมในสาขาวิชาชีววิทยา หัวข้อ “การใช้กล้องจุลทรรศน์และเซลล์ของสิ่งมีชีวิต” ณ ห้อง SC.8419 เพื่อฝึกการใช้เครื่องมือและการสังเกตโครงสร้างของเซลล์ สาขาวิชาเคมี หัวข้อ “ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา” ณ ห้อง SC.8710 และหัวข้อ “การตกตะกอนของสารประกอบไอออนิก” ณ ห้อง SC.8608 เพื่อเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับปฏิกิริยาเคมีและสมบัติของสารผ่านการทดลองจริง

นายพลากร เตือประโคน ครูที่ปรึกษาชั้น ม.6/1 โครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ ตัวแทนคณะครู โรงเรียนประโคนชัยพิทยาคม ศิษย์เก่าสาขาวิชาฟิสิกส์ (SC.38  KKU47) กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการนำนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ว่า เพื่อเสริมสร้างทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้แก่นักเรียน ไม่ว่าจะเป็นฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา คณิตศาสตร์ และ สถิติ  ซึ่งมีความสอดคล้องกับเนื้อหาที่นักเรียนเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย อีกทั้งกิจกรรมยังช่วยให้นักเรียนได้ฝึกกระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นเหตุเป็นผล และนำความรู้ที่ได้รับจากการอบรมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยโรงเรียนได้พานักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมลักษณะนี้ต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาหลายปี และนักเรียนสะท้อนว่าได้รับทั้งความรู้ ความสนุก และประสบการณ์จากการทำ LAB ที่คณะวิทยาศาสตร์ มข.

นางสาวรัมภา เทียมมณีรัตน์ หรือน้องเข็ม นักเรียนโรงเรียนประโคนชัยพิทยาคม กล่าวแสดงความรู้สึกที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในยครั้งนี้ว่า ทำให้ได้เรียนรู้ทั้งด้านเคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา และสาขาวิชาสถิติ โดยในส่วนของเคมีช่วยให้เข้าใจเรื่องปฏิกิริยาเคมีมากขึ้น ส่วนฟิสิกส์ทำให้เข้าใจหลักการของแรงโน้มถ่วงและการเคลื่อนที่ของลูกตุ้มจากการทดลองจริง ส่วนสาขาวิชาสถิติได้เรียนรู้การใช้เครื่องมือที่ช่วยจัดการข้อมูลและสถิติ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเรียนและการทำรายงาน ขณะที่กิจกรรมด้านชีววิทยาและจุลชีววิทยาช่วยให้เห็นบทบาทของจุลินทรีย์และการนำความรู้ไปต่อยอดได้ นอกจากนี้ น้องเข็มยังสะท้อนว่า ห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยมีทั้งอาจารย์และเครื่องมือที่พร้อมสำหรับการเรียนรู้ ทำให้เข้าใจเนื้อหาที่เคยเห็นในหนังสือได้ชัดเจนขึ้น และช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนต่อด้านวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะด้านเคมีและชีววิทยา

ด้านนายธนภัทร บุญปัญญา หรือน้องแฟ้ม นักเรียนโรงเรียนประโคนชัยพิทยาคม กล่าวถึงความประทับใจ ในการเข้าร่วมกิจกรรม LAB ที่คณะวิทยาศาสตร์ มข. ตลอด 2 วัน ว่าทำให้ได้ทบทวนความรู้จากห้องเรียนและเรียนรู้สิ่งใหม่จากการลงมือทดลองจริง โดยใน LAB เคมี นักเรียนได้ฝึกการไทเทรตกรด-เบส การใช้เครื่องชั่ง และการสังเกตจุดยุติของปฏิกิริยาจากการเปลี่ยนสี ซึ่งต้องอาศัยความละเอียดและการทำงานเป็นกลุ่ม ส่วน LAB ฟิสิกส์ ได้ทดลองเรื่องลูกตุ้มอย่างง่าย เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปคำนวณหาคาบและตรวจสอบความสัมพันธ์กับทฤษฎีที่เรียนมา ขณะที่สาขาวิชาสถิติ ได้เรียนรู้การสร้างแดชบอร์ดด้วย Looker Studio โดยเชื่อมโยงข้อมูลจาก Google Sheets และนำเสนอข้อมูลในรูปแบบกราฟหรือแผนภูมิที่เข้าใจง่าย ส่วน LAB จุลชีววิทยา ได้ทดลองตรวจการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ในนมด้วยวิธี Dye reduction test และการย้อมสีแบคทีเรียเพื่อนำไปส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งช่วยให้เห็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์จากการปฏิบัติจริง น้องแฟ้มกล่าวเพิ่มเติมว่า การอบรมครั้งนี้มีอาจารย์และพี่ ๆ ผู้ช่วยสอนคอยแนะนำอย่างใกล้ชิด ทำให้ได้รับทั้งความรู้ใหม่และความมั่นใจในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์มากขึ้น

กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สู่เยาวชนผ่านการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง ช่วยเสริมสร้างทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การคิดวิเคราะห์ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักเรียนในการศึกษาต่อด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนากำลังคนคุณภาพของประเทศในอนาคต