คณะวิทยาศาสตร์ มข. จัดอบรม Cyber Scam Awareness เสริมภูมิคุ้มกัน รู้ทันกลโกงและรับมือมิจฉาชีพออนไลน์

วันที่ 24 กรกฎาคม 2569  เวลา 13.00-16.30 น. คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดกิจกรรมอบรม “Cyber Scam Awareness: รู้ทัน ป้องกัน รับมือมิจฉาชีพออนไลน์” ณ ห้องประชุมวิทยวิภาส ๑ อาคารวิทยวิภาส โดยมี รศ. ดร.พิมพ์วดี พรพงศ์รุ่งเรือง รองคณบดีฝ่ายวิชาการ ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรม เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการป้องกันตนเองจากอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งเป็นภัยใกล้ตัวที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีรูปแบบซับซ้อนมากขึ้น

รศ. ดร.พิมพ์วดี พรพงศ์รุ่งเรือง กล่าวถึงความสำคัญของการสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล เนื่องจากมิจฉาชีพมักใช้จิตวิทยา ความกลัว ความกังวล และความเร่งรีบเป็นเครื่องมือในการหลอกลวง พร้อมฝากให้ผู้เข้าร่วมนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดแก่บุคคลใกล้ชิด ทั้งนักศึกษา เด็กในปกครอง และผู้ปกครอง เพื่อช่วยกันลดความเสี่ยงจากภัยออนไลน์ โดยคณะวิทยาศาสตร์ได้เตรียมจัดกิจกรรมเพิ่มเติมในวันที่ 3 กันยายน 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาและเยาวชนได้เข้าร่วมเรียนรู้โดยตรง

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 นำโดย พ.ต.ท.อานนท์ อินทร์ฟอง รอง ผกก.ฝอ.บก.สอท.3 พร้อมด้วย ส.ต.ท.หญิง ศิริพร เทพวงค์ ผบ.หมู่ ฝอ.บก.สอท.3 และ ส.ต.ท.หญิง ณพลอยดาว พรหมมา ผบ.หมู่ ฝอ.บก.สอท.3 ร่วมถ่ายทอดความรู้ภายใต้หัวข้อหลัก “รู้เท่าทันภัยไซเบอร์: กลโกงมิจฉาชีพและการป้องกันตัวในยุคดิจิทัล” ผ่านการบรรยาย กรณีศึกษา การวิเคราะห์เหตุการณ์จริง และการตอบข้อซักถาม โดยกำหนดการครอบคลุมหัวข้อ Cyber Scam Trends 2026 กลโกงออนไลน์ การป้องกันและรับมือ ตลอดจนกรณีศึกษา “จริงหรือหลอก?”

ทีมวิทยากรได้แนะนำบทบาทและภารกิจของตำรวจไซเบอร์ โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมยกตัวอย่างการปฏิบัติงานสำคัญ เช่น การทลายสถานีส่งสัญญาณบริเวณชายแดนเพื่อตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การจับกุมขบวนการหลอกลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลหรือ Hybrid Scam ซึ่งสร้างความเสียหายมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท และการปราบปรามเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ นอกจากนี้ ยังได้แนะนำเครื่องมือสำหรับประชาชน ได้แก่ แอปพลิเคชัน Cyber Check สำหรับตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับมิจฉาชีพ โครงการ Cyber Vaccine เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญา และแอปพลิเคชัน Police Care ซึ่งช่วยค้นหาสถานีตำรวจที่อยู่ใกล้ที่สุด

ในส่วนของสถานการณ์ภัยออนไลน์ วิทยากรเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีมูลค่าความเสียหายจากการหลอกลวงเฉลี่ยสูงถึงประมาณ 69 ล้านบาทต่อวัน โดยรูปแบบที่พบมากเป็นอันดับต้น ๆ คือ การหลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์ ทั้งกรณีสินค้าไม่ตรงกับที่โฆษณา โอนเงินแล้วไม่ได้รับสินค้า หรือมิจฉาชีพปลอมโปรไฟล์ให้ดูน่าเชื่อถือผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Facebook และ TikTok กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 20–49 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มวัยทำงาน รองลงมาคือผู้ที่อยู่ในวัยใกล้เกษียณและมีเงินเก็บ รวมถึงกลุ่มนักเรียนและนักศึกษา

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือภัยจาก บัญชีม้า หรือ Mule Account ซึ่งหมายถึงการยินยอมให้ผู้อื่นนำบัญชีธนาคารของตนไปใช้รับหรือโอนเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย กลุ่มที่มีความเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุหรือผู้ว่างงานที่อาจถูกว่าจ้างให้เปิดบัญชี และนักศึกษาที่ถูกบุคคลใกล้ชิดขอยืมใช้บัญชีโดยอ้างเหตุผลต่าง ๆ วิทยากรเน้นย้ำว่า การเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีม้ามีโทษจำคุกตั้งแต่ 2–5 ปี ปรับตั้งแต่ 200,000–500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แม้เจ้าของบัญชีจะอ้างว่าไม่ทราบวัตถุประสงค์ก็ตาม พร้อมแนะนำว่า หากพบเงินที่ไม่ทราบที่มาโอนเข้าบัญชี ไม่ควรโอนคืนด้วยตนเอง แต่ให้ติดต่อธนาคารเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อป้องกันการเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการฟอกเงินโดยไม่รู้ตัว

วิทยากรยังได้ยกกรณีศึกษาการใช้จิตวิทยาและการข่มขู่ เช่น กรณี Virtual Kidnapping ซึ่งมิจฉาชีพหลอกให้นักศึกษาแยกตัวไปอยู่ในโรงแรม ก่อนติดต่อครอบครัวและอ้างว่าบุตรหลานถูกจับตัวเพื่อเรียกค่าไถ่ รวมถึงการแอบอ้างเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐ แจ้งว่าผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน และสั่งให้โอนเงินไปตรวจสอบ โดยย้ำชัดว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีนโยบายให้ประชาชนโอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีหรือพิสูจน์ความบริสุทธิ์

สำหรับแนวทางป้องกันตนเอง ทีมวิทยากรแนะนำหลักสำคัญว่า “ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” ไม่กดลิงก์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา ตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายาก หลีกเลี่ยงการใช้วันเดือนปีเกิดหรือรหัสนักศึกษาเป็นรหัสผ่าน และไม่เปิดเผยรหัส OTP แก่บุคคลอื่น เนื่องจาก OTP เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญในการเข้าถึงบัญชี นอกจากนี้ ควรตรวจสอบการเข้าสู่ระบบของแอปพลิเคชัน LINE และปิดการตั้งค่า “อนุญาตให้เข้าสู่ระบบ” เมื่อไม่ได้ใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์ เพื่อป้องกันการถูกสวมรอยหรือเข้าควบคุมบัญชี

ทั้งนี้ ทีมวิทยากรเน้นย้ำว่า “ภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดคือตัวเราเอง” การมีสติ ไม่หลงเชื่อคำชักชวนหรือการข่มขู่ ไม่รีบตัดสินใจ และปรึกษาบุคคลใกล้ชิดก่อนโอนเงินทุกครั้ง จะช่วยลดโอกาสตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมไซเบอร์ได้ การจัดกิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การรู้เท่าทันเทคโนโลยี และการนำองค์ความรู้ไปสร้างประโยชน์แก่สังคมตามค่านิยม Social Devotion